หน้าหลัก แผนที่วัด   เจ้าอาวาส ประวัติวัด ห้องภาพ เว็บบอร์ด สมุดเยี่ยม
       ขออนุโมทนา คุณชาญยุทธ อุตตมากร และครอบครัว ที่ให้ความอุปถัมภ์ดูแลการจดทะเบียน Domain Name และ Hosting.
 

     วัดวชิรธรรมปทีป ตั้งขึ้นจากความศรัทธาของชาวพุทธในรัฐนิวยอร์กและรัฐใกล้เคียง โดยจดทะเบียนขึ้นทะเบียนเป็นนิติบุคคลประเภทไม่หวังผลกำไร (Non-profit organization) ไว้กับรัฐนิวยอร์กตั้งแต่ปีพ.ศ. 2518 จนถึงปัจจุบันนี้มอายุราว 28 ปี ก่อนที่จะตั้งวัดวชิรธรรมปทีปขึ้น นิวยอร์กมีวัดพุทธอยู่แล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. 2517 ชื่อวัดพุทธศาสน์ ตั้งอยู่ที่ 2084 Anthony Ave.,Bronx, New York ขึ้นจากความร่วมมือร่วมใจของชาวพุทธไทยเทศ รัฐนิวยอร์กและรัฐใกล้เคียงกำลัง สำคัญที่เป็นผู้นำในการสร้างวัดนี้คือม.ล.พีระพงษ์ เกษมศรี

 

อัครราชทูตประจำ สำนักงาน คณะทูตถาวรประจำสหประชาชาติ(ตำแหน่งในขณะนั้น) ร่วมกับชาว พุทธชาติต่างๆ ได้ช่วยกันหาเงินและซื้อสถานที่แห่งนั้นในราคา22,000 เหรียญสหรัฐ
     
ต่อมาเนื่องจากความขัดแย้งในหลักการสำคัญในกรรมสิทธิ์ และอำนาจหน้าที่ในการดำเนินงานของวัด พระคุณเจ้าสองรูปคือ พระมหาครุฑ จิรสฺสุโต และพระมหาเหล็กญาณวโร ไม่สามารถอยู่จำพรรษา ณ สำนักงานของศูนย์พุทธศาสน์ (วัดพุทธศาสน์)ได้ประกอบกับพระครูวชิรธรรมโสภณ วัดวชิรธรรมสาธิตวรวิหาร กรุงเทพมหานครผู้ซึ่งได้เดินทางมาปฏิบัติศาสนกิจ ณ นครนิวยอร์ก ได้ทราบปัญหาเหล่าน ี้จึงแนะนำให้บรรดาพุทธศาสนิกชนหาสถานที่ใหม่ เพื่อเป็นวัดที่ถูกต้องถวายแก่คณะสงฆ์ต่อไปก่อนหน้านี้บรรดาพุทธศาสนิกชน ก็ได้รับคำแนะนำจากท่านเจ้าคุณพระธรรมโกศาจารย์วัดมหาธาตุ และคณะให้ดำเนินการ จัดหาสถานที่เพื่อจัดหาสถานที่เพื่อสร้างวัดใหม่ให้ถูกต้องเช่นเดียวกัน
      เมื่อ ม.ล.พีระพงษ์ เกษมศรี อัครราชทูตประจำสักนักงานคณะผู้แทนถาวรประจำสหประชาชาต ิได้ทราบความเดือดร้อน ของพระคุณเจ้าทั้งสองจึงได้นิมนต์ พระคุณเจ้าทั้งสอง เข้าพำนักที่สำนักงานคณะทูตถาวรเป็นการชั่วคราว ในระหว่างที่พุทธศาสนิกชนกำลังพิจารณาจัดหาวัดใหม่ถวายแด่คณะสงฆ์จากนั้น ได้มีการประชุมพุทธบริษัทสองครั้ง เมื่อพิจารณาการจัดตั้งวัดในที่สุดที่ประชุมได้ตกลงกันให้ซื้อวัดเป็นเงินสด โดยพระครูวชิรธรรมโสภณ ได้ให้ทุนประเดิมในการจัดซื้อเป็นเงิน 5,200 เหรียญสหรัฐนอกจากนั้นยังมีพุทธศาสนิกชน ออกเงินทดรองให้วัดก่อน เพื่อซื้อวัดเป็นเงินสด โดยไม่มีกำหนดเวลาชำระเงินไม่มีดอกเบี้ยแต่อย่างใด
     เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2518 จึงได้ทำการซื้อบ้านเลขที่ 141 West 179 Street,Bronx, New York ในนามของวัดวชิรธรรมปทีป เป็นเงินทั้งหมด 43,000 เหรียญสหรัฐ
     สำหรับชื่อวัดนั้นพระครูวชิรธรรมโสภณได้ตั้งให้ พร้อมกันนั้นได้มอบให้ทนาย ดำเนินการจดทะเบียนวัดวชิรธรรมปทีป เป็นนิติบุคคลภายใต้กฎหมายThe religiouscorporations law และThe membership corporation law โดยมีคณะสงฆ์สองรูปคือ พระมหาครุฑ จิรสฺสุโตและพระมหาเหล็กญาณวโร ร่วมกับ น.ต.บุญสม ชื่นวงษ์ ร.น. เป็นคนยื่นขอจดทะเบียน ในการนี้พระมหาครุฑ จิรสฺสุโต เป็นประธานกรรมการ พระมหาเหล็ก ญาณวีโรเป็นเลขานุการกรรมการ และคุณถวิล ศุขกสิกร เป็นเหรัญญิกและไวยาวัจกร
     สำหรับหลักการในการจดทะเบียนนี้ได้ร่างบังคับ (ฺBy Laws) ของนิติบุคคลโดยมีหลักการให้คณะสงฆ์ เป็นผู้ดูแลและบริหารวัด สินทรัพย์ต่างๆ ใช้ชื่อนิติบุคคลเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ทั้งนี้คณะสงฆ์เป็นผู้แต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือไม่มีสิทธิ์จะได้เงินเดือน หรือค่าตอบแทนจากวัดแต่อย่างใด รายได้ต่าง ๆและทรัพย์สินให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของวัดทั้งสิ้น
     คณะสงฆ์อันประกอบด้วย พระมหาครุฑ จิรสฺสุโต ผู้รักษาการเจ้าอาวาสพระมหาโสบิน นามโท พระมหาเหล็ก ญาณวีโร และพระมหาสุรพงษ์ ธมฺมวํโส เข้าจำพรรษา ณ วัดวชิรธรรมปทีป เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2518 และทางวัด ติดต่อมหาเถรสมาคมเพื่อขอพระสงฆ์มาอยู่ประจำเพิ่มขึ้น ต่อมาสถานที่ที่บรองซ์คับแคบไม่ปลอดภัย เพราะชุมชนในละแวกนั้นได้เสื่อมโทรมลง วัดจึงได้ขายที่ที่บรองซ์ย้ายมาอยู่ที่ใหม่ ที่ 75 California Road, Mount Vernon, New York และคิดว่าจะอยู่ถาวรตลอดไป
     ต่อมาทางวัดมีโครงการจะสร้างหอประชุมอเนกประสงค์ขึ้นในที่ว่างของวัด ได้ขออนุญาตต่อเมือง Mt. Vernon และได้รับอนุญาตให้สร้างได ้ แต่ชาวบ้านละแวกนั้นสองราย ได้ฟ้องศาลขอให้ศาลสั่งระงับการก่อสร้างโดยอ้างว่า ทั้งที่ของวัดและที่ของเอกชนอีก 50 กว่ารายในละแวกนั้นเจ้าของเดิมเป็นเจ้าของเดียวกันได้เขียนเงื่อนไขไว้ในพินัยกรรม (Deed Restriction) ว่า บริเวณดังกล่าวจะสร้างได้เฉพาะที่อยู่อาศัยครอบครัวเดียว (One Family) ห้ามสร้างเป็นอาคารพาณิชย์ โรงเรียน โบสถ์ และที่สาธารณะ (Public) ทางวัดจึงได้จ้างทนายแก้ต่าง โดยขอให้ศาลยกเลิกพินัยกรรมที่จำกัดสิทธิ์นี้เสีย โดยอ้างว่าได้จดทะเบียนไว้ประมาณ 60 ปี แล้ว ขณะนี้บ้านเมืองเปลี่ยนไปมาก มีโบสถ์ โรงเรียน สร้างขึ้นใหม่ในบริเวณนั้น ศาลได้ตัดสินให้วัดแพ้ทั้งสองศาล คือ ศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ ทางวัดจะสู้ถึงศาลฎีกา (Federal Court) แต่ทนายให้คำแนะนำว่า การต่อสู้ในศาลสูงนั้น ต้องใช้เวลาตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป ลองคิดดูว่าเป็นเงินเท่าไร ทั้งทางชนะก็มีเพียง 50 เปอร์เซนต์ เท่านั้น ไม่คุ้มค่า ขณะนี้ วัดก็ยังถูกใบสั่ง (Violation) ไม่ให้ประกอบพิธีทางศาสนา แต่ที่ทำอยู่ก็เป็นการละเมิดกฎหมายทั้งสิ้น วันใดหากมีชาวบ้านละแวกนั้นแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่บ้านเมืองแล้ว คณะกรรมการวัดมีความผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญา ทนายได้แนะนำว่าควรหาที่ใหม่ที่เหมาะสม และย้ายไปเสียดีกว่า คณะกรรมการได้พิจารณาเห็นอย่างรอบคอบแล้ว และเห็นด้วยกับข้อเสนอของทนาย จึงยุติคดีเพียงเท่านั้น จากการที่วัดซื้อที่ดินที่ Mount Vernon แล้วทำเป็นวัดไม่ได้นั้น ทำให้วัดเสียหาย ซึ่งปรากฎว่าทนายคนแรกยอมรับผิด และขอประนีประนอมยอมชดใช้ค่าเสียหายให้ 75,000 เหรียญสหรัฐ เมื่อหักค่าทนายแล้ว วัดได้เงินจากค่าชดใช้เป็นเงินทั้งสิ้น 50,000 เหรียญสหรัฐ และมีนโยบายที่จะจัดหาที่สร้างวัดใหม่ต่อไป โดยให้นายหน้าซื้อขายที่ดินหาที่แหล่งต่างๆ มาเสนอ
     ต่อมา นายหน้ารายหนึ่งได้เสนอขายที่ที่ 110 Rustic Road, Centereach, Long Island, New York ที่แปลงนี้เป็นวัดที่ถูกต้องตามกฎหมายอยู่แล้ว และวัดนี้ยังดำเนินการอยู่จึงไม่มีปัญหาในด้านกฎหมายแต่อย่างใด มีเนื้อที่ 4.98 เอเคอร์ มีอาคารสองหลัง หลังแรกเป็นอาคารใหญ่ มีห้องประชุมจุคนได้ประมาณ 1,000 คน มีห้องน้ำชาย หญิงแยกเป็นสัดส่วน ส่วนหน้าของห้องประชุมเป็นอาคารสองชั้น ชั้นบนเป็นห้องทำงาน และห้องประชุมจุคนได้ประมาณ 50 คนอีกหนึ่งห้อง ชั้นล่างมีห้องเรียน ห้องครัว ห้องน้ำแยกเป็นชายหญิง อีกหลังหนึ่งเป็นบ้านสองชั้น เป็นที่พำนักของพระแยกต่างหากไปจากอาคารหลักแรก มีห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องรับประทานอาหาร ห้องรับแขก และโรงรถ มีลานจอดรถซึ่งราดยางเรียบร้อยจอดรถได้ประมาณ 300 คัน มีท่อระบายน้ำทิ้งกลางลานจอดรถเรียบร้อย มีช่องทางที่จะขยายวัดได้อีกถ้าวัดต้องการเพราะมีที่ดินติดกันยังเป็นป่าเจ้าของ เสนอขายอีก 2 เอเคอร์ ในราคาประมาณ หนึ่งแสนกว่าเหรียญสหรัฐเท่านั้น วัดนี้กรรมการวัดเจรจาซื้อในราคา 1.2 ล้านเหรียญสหรัฐ ได้ทำสัญญาซื้อวางมัดจำ 10 % และทำสัญญา Closing ภายในเดือนมกราคม พ.ศ.2535 โดยคณะสงฆ์ได้ย้ายไปอยู่วัดแห่งใหม่ในปี 2535
      วัดวชิรธรรมปทีปจึงมีสองแห่ง คือ วัดวชิรธรรมปทีป Mount Vernon โดยเป็นที่พำนักของพระสงฆ์และเป็นสำนักงาน และวัดวชิรธรรม Long Island ซึ่งเป็นวัดโดยสมบูรณ์ และเป็นสถานที่จัดกิจกรรมสำคัญต่าง ๆ ของวัด